รู้จักละครสบู่มั๊ยครับ.. ในชีวิตเราหลีกไม่พ้นหรอกครับเรื่องพรรณนี้ รัก โลภ โกรธ หลงล้วนเกิดกับเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า เวลาได้อย่างหวังก็แฮปปี้ ผิดหวังก็ห่อหด ขัดใจก็บีบคั้นกระทบกระทั่งกัน สรรหาวิธีการสารพัดทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัวเพื่องสนองรักษาตัวตนของแต่ละคนไว้

สบู่มันก็มีหอมมีเหม็น ที่เคยหอมมันก็เหม็นได้นะ เคยเหม็นก็หอมได้อีก คำถามคือจะอยู่กับสบู่ทุกวันอย่างมีความสุขได้อย่างไรต่างหาก

คำตอบที่ถูกต้องก็ต้องมาจากโจทย์ที่ถูกต้องซะก่อน ที่แย่คือคนส่วนใหญ่ไม่ตั้งโจทย์ชัดๆ ผมว่าถ้าตั้งโจทย์แบบเครียร์ๆเลยนะ เอาแบบว่าแบบนี้ใช่แน่ของแท้ไม่เทียม อย่างนี้ถึงจะพอเห็นทางสว่างรำไรๆบ้างพอให้ใจชื้น

ทีนี้มาดูอีกว่า แบบไหนเรียกว่าแท้ไม่เทียม..ตัวนี้แหละสำคัญสุด ว่ามาตั้งนานเพื่อขมวดปมตรงนี้เอง ผมอยากเสนอว่า ถ้าแท้แน่จริงต้องผ่าน 3 เงื่อนไขนี้ให้ได้
1.เรามีความสุขกับโจทย์ได้หรือไม่
2.เรามีความสุขกับการตอบโจทย์ได้หรือไม่
3.เรามีความสุขจากสรรพคุณของผลลัพธ์ตามต้องการได้หรือไม่

สำหรับผมกระบวนการดั้นด้นดื้อรั้นตามหาโจทย์ที่ผ่านเงื่อนไข 3 ข้อนี้คือการค้นหาตัวเอง

ก่อนจากก็ฝากเพลงของพี่เต๋อแต่งไว้ได้แบบว่า..ทุกเม็ดใช่เลย

เนื้อเพลง ละคอนฉากสุดท้าย
คำร้อง เรวัติ พุทธินันทน์
ทำนอง จาตุรนซ์ เอมซ์บุตร

โลกคือละครแบ่งเป็นตอน ๆ ตัวละครคือคนทุกคน
บทในละครอาจจะยอกย้อนยุ่งยาก
ฉากแห่งความงดงาม ฉากแห่งความเสียใจ
ต่างมีไว้ให้เราฝึกฝน

เกิดมาเป็นคนยากดีมีจน ความเป็นคนเรามีเท่าไร
อยู่ในละครอาจจะซับซ้อนหรือง่าย
แต่จะเป็นเช่นไรจะเป็นตอนของใคร
ฉากสุดท้ายนั้นคือความจริง
ไม่เว้นทั้งเลวและดี ถ้ามั่งมีหรือยากจน
สิ่งเดียวที่เราทุกคนแน่ใจ
คือฉากสุดท้ายต้องตายทุกตัวละคร

( ซ้ำ )

เป็นฉากที่สอนให้คนค้นพบตัวเอง



Location:Thanon Ratchadaphisek,Din Daeng,Thailand

โลกนี้เป็นของสาธารณะ..

ถ้าใครๆก็พยายามเปลี่ยนให้ได้อย่างใจ(ตน) โลกคงวุ่นวายน่าดู และมันจะดูเห็นแก่ตัวไปหรือเปล่า..แล้วยิ่งถ้าหากทุกคนทำสำเร็จขึ้นมาละก็..มันจะเป็นเรื่องตลกร้ายกาจสิ้นดี

ความสามารถในการปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมเข้าหาตัวเองเป็นความสามารถที่เราแอบภูมิใจนักหนา แต่ลองดูมรดกที่เราทิ้งไว้ให้ลูกหลานอันเนื่องมาจากความสามารถเฉพาะเผ่าพันธ์ุของเรานั้น มันน่าภูมิใจจริงเหรอ

ถ้าข้อความข้างต้นนี้มีความถี่ตรงความคิดคุณอยู่บ้าง หยุดเปลี่ยนโลก แล้วมาเปลี่ยนตัวเองกัน เริ่มจากความคิดความเห็นที่มีต่อโลกรอบตัวเลยครับ มองหาคุณค่า ความดีความงาม แล้วชื่นชมกับสิ่งนั้นให้มากๆ ชักชวนคนที่ได้พบมาชื่นชมด้วยกัน .. ลองทำซัก 2-3 วัน มีความสุขมาขึ้น..ก็ชวนคนใกล้ตัวทำแบบเดียวกัน

ขอให้โลกคุ้มครอง และธรรมรักษาครับ



Location:Chaturathit,Bang Kapi,Thailand

ข้อความโดนใจ..แต่ขอไม่ออกความเห็นใดๆ อ้อ..ถ้าอยากได้ประโยชน์เต็มที่ก็ให้ดูตัวเองนะอย่าดูคนอื่น การบ้านใครการบ้านมัน ห้ามลอกกันเด็ดขาดครับ

ผู้ใดได้รับอภิสิทธิ์,
ผู้นั้นต้องตอบแทนความเสียสละของคนอื่น
เพราะเขาเปรียบเสมือนผู้กินอาหารทั้งหมด
ซึ่งชาวบ้านที่หิวโหยมอบให้เลี้ยงดูกัน
ด้วยหวังว่า เขาจะเกิดกำลังด้นดั้นไปหาอาหารจากแดนไกล
ถ้าเขากินอาหารของชาวบ้านหมด
แล้วไม่ช่วยอะไรเลย เขาคือผู้ทรยศ
เช่นเดียวกัน
ถ้าหนุ่มสาวผู้ได้รับการศึกษาสูง
โดยประชาชนช่วยกันเสียค่าใช้จ่าย
แล้วกรีดกรายนึกว่าตนเองเหนือกว่าคนอื่น
หรือไม่พยายามนำความรู้ไปช่วยพัฒนาบ้านเมืองเขาก็เป็นผู้ทรยศเช่นกัน

จูเลียส ไนเยียเร

วันนี้ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้กะหลวงพี่ Nitinandho ใน Facebook ก็เห็นว่ามันส์ดีและอาจเป็นประโยชน์(ทางความมันส์) เลยเอามาบันทึกไว้ที่นี่   ส่วนชื่อของเพื่อนๆที่อยู่ในเหตุการณ์จะถูกเปลี่ยนเป็นตัวย่อเพื่อกลบเกลื่อนเล็กๆครับ


เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นด้วย Status ของผมว่า "ทุกภาพที่เห็นทุกเสียงที่ได้ยินทุกกลิ่นรสและสัมผัสล้วนเกิด(และจบแล้ว)ในอดีต..."


[[source :: http://www.facebook.com/kaiwan.h?v=feed&story_fbid=425115265703]]


========================================

Kaiwan Hongladaromp
ทุกภาพ ที่เห็นทุกเสียงที่ได้ยินทุกกลิ่นรสและสัมผัสล้วนเกิด(และจบแล้ว)ในอดีต เหมือนเรามองภาพถ่ายเก่าๆ ผ่านมาแล้วให้มันผ่านไป เก็บไว้แต่สิ่งดีๆ


C.S.
Your statment today helps turn around my down mode. Thanks so much


C.H.
ทุกอย่างจกิดแล้วดับบังคับบ่อได้


Kaiwan Hongladaromp
ถูกต้อง นั่นรวมถึงจิตผู้รับรู้ด้วย 


N.N.
ครับ เราก็ได้เพียงตามรู้ในสิ่งที่เกิดมาแล้วทั้งนั้นแหละครับ การที่รู้ได้ทันเป็นมหาสติจริงๆแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ก็ถือว่าเป็นก้าวแรกๆ ของเด็กๆที่ต้องเดิน เจริญพร


C.S.
สับสวิชต์ขึ้นสิคะ จะได้ไม่ดับ

Kaiwan Hongladaromp

นี่..แต่มันอดีดจริงๆนะ เพราะแม้แสงก็ใช้เวลาเดินทาง 186,000 ไมล์ต่อวินาที กว่าจะโปรเซสในตา แล้วก็ในหัว แล้วก็ในใจ อดีตชัว ฟันธง/confirm


N.N.
ใช่แล้วครับ..........แล้วใครว่า ไม่ใช่ล่ะ เราพยามสื่อว่า concept นี้คือการตามรู้ ได้เท่าไรก็เอาเท่านั้น ตามที่อินทรีย์จะสามารถ และอีกอย่างหนึ่งแสงจากดวงดาวที่เราเห็นไกลๆ อาจจะมาจากดาวที่ปัจจุบันนี้ไม่มีแล้วก็ได้ แล้วอะไรที่ควรจะกล่าวว่าเป็นความจริงในปัจจุบันล่ะครับ เจริญพร


C.S.
เมื่อปราชญ์สนทนาธรรม อานิสงค์ จูงเกิดแก่ผู้เข้าร่วมฟัง


C.H.
จะบวชมั๊ยนี่


Kaiwan Hongladaromp
เป็นเช่นนั้นครับหลวงพี่ ผมประเมินตัวเองว่าผ่าน Zygote มาแล้ว ตอนนี้เป็น Embryo ชี้แนะด้วยครับ


Kaiwan Hongladaromp
ใคร คุณพี่C.H.จะบวชเหรอ สาธุ

N.N.

อะไรที่ควรจะกล่าวว่าเป็นความจริงในปัจจุบัน....คำตอบคือรู้เท่าที่รับรู้ได้ เพราะไม่ใช่วิสัยที่มนุษย์พึงจะคิดได้ตามปัญญา ธรรมดาๆทั่วไป ปัญญาญาณนี้จะเกิดขึ้นเองเมื่อเหตุปัจจัยสมบูรณ์พร้อม หรือจะเรียกว่าเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยก็ได้ครับ ขอให้โยมปฏิบัติ เจริญสติไปเรื่อยๆอย่าไปสนใจ หรือใส่ใจ คำว่าญาณหรือมรรคผลนิพพาน เราเพียงแค่รู้ตามสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าแล้วพระไตรลักษณ์ก็จะเกิดขึ้นบ่อยขึ้น ความคลายจากกำนัดและอาลัยก็จะมากขึ้นเป็นเหตุให้ค่อยๆละวางทีละอย่างๆในที่สุด อย่าลืมฝึกเรื่องบารมี 10 ด้วยครับ ฝึกบริหารให้คล้องจองกลมกลืน compromize แล้วจะเห็นความเปลี่ยนแปลงจากใจตนเอง


C.S.
เกรงว่า จะทำให้ธรรมสถานปั่นป่วน


N.N.
โอ้โห เป็นลอร์ด วัลเดอร์มอร์มาเกิดใหม่หรือครับ ล้อเล่นน่ะครับ 5555


P.T.
ขออนุญาต save บางข้อความไว้เป็นความรู้นะครับ ขอบคุณครับ


K.P.
อื่ม คุณเข้าใจการเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปอย่างลึก


K.P.
ขอบพระคุณพระอาจารย์ที่มาสอนสั่ง....
"เราเพียงแค่รู้ตามสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า" ประโยคนี้มีคุณค่ามหาศาลเลยคะ....สาธุ


P.T.
ขออนุญาต save บางข้อความไว้เป็นความรู้นะครับ ขอบคุณครับ

E.P.
ทุกสิงเกิดแล้วดับได้เสมอหรือคะ


Kaiwan Hongladaromp
น่าจะนะครับ เกิดมาไม่เคยเห็นอะไรที่ไม่เปลี่ยนเลยครับ การเกิดขึ้น(จากที่ไม่มี)ก็ยืนยันว่าสิ่งนั้นเปลี่ยนได้แล้วครับ


Nitinandho Nitipat
"ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนมีดับไปเป็นธรรมดา พระพุทธองค์ท่านมีปกติ ตรัสถึงเหตุแห่งการดับนั้น" เพียงเท่านี้ที่พระสารีบุตรท่านฟังจากพระอัสสชิผู้เป็นปัญจวัคคีย์ท่านเล็กสุด พระสารีบุตรท่านก็เกิดดวงตาเห็นธรรมในขณะก่อนบวชเป็นภิกษุ


Emily Palakul
สาธุ สาธุ คะ พระคุณเจ้า







ตอนนี้เป็นตอนเฉลยคำถามว่า ภรรยาทั้ง 4 คนเป็นใครกันบ้าง
ถ้ายังไม่ได้อ่านโจทย์ กรุณากลับไปอ่านก่อนที่ ภรรยา 4 คน

==========================================================
!
!
อ่าน ภรรยา 4 คน ยัง
!
!
==========================================================
ทีนี้เรามาดูกันว่า ภรรยาคน ที่ 1, 2, 3 และ 4 เป็นใครกันบ้าง


ภรรยาคน ที่ 1 ร่างกายของเรา

เพราะเวลาเรามีชีวิตอยู่
เราจะบำรุงบำเรอด้วยของสิ่งทุกอย่าง อยากได้อะไรก็หาให้
แต่พอเราตายมันกลับไม่ไปกับเรา
เมื่อเราตาย ร่างกายมันก็มีค่าเท่ากับท่อนไม้ ท่อนหนึ่งเท่านั้น

ภรรยาคน ที่ 2 ทรัพย์สมบัติ

เพราะเวลาเรามีชีวิตอยู่ เราจะทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้มันมา
แต่พอเราตาย มันกลับไม่ไปกับเรา
แต่ไปเป็นของคนอื่น


ภรรยาคนที่ 3 พ่อแม่ ลูกเมีย ญาติ พี่น้อง

เพราะพอเราตาย เขาจะทำศพให้เรา ทำบุญไปให้
แปลว่า เขาแค่ไปส่งเราเท่านั้น

ภรรยาคนที่ 4 บุญกับบาป

เมื่อเราตายไป เราไม่สามารถเอาอะไรไปด้วยได้
มีเพียงแค่บุญกับบาปเท่านั้น ที่จะตามเราไป ......

[แหล่งข้อมูลเริ่มต้นไม่ชัดเจน แต่เท่าที่ค้นดูเล่ากันว่าเป็น FWD Mail]

ภรรยา 4 คน

ชายคนหนึ่งมีภรรยา อยู่ 4 คน

ภรรยาคนที่ 1 เขารักที่สุด ไปไหนมาไหนด้วยกัน ตามใจตลอดอยากได้อะไร เขาหาให้ทุกอย่าง 
ภรรยาคนที่ 2 เขารักมาก เขาจะทำทุกสิ่ง ทุกอย่างเพื่อภรรยาคนนี้ และจะไปหาภรรยาคนนี้เสมอ
ภรรยาคนที่ 3 เขารักรองลงมา ดูแลเอาใจใส่พอควร แวะไปหาบางเป็นครั้งคราว
ภรรยาคนที่ 4 เขาไม่เคยสนใจ ไม่เคยดูแลเอาใจใส่ ไม่เคยไปหา ไม่คิดถึงเลย ด้วยซ้ำ


ต่อมาชาย คนนี้ไปกระทำความผิดร้ายแรง
และถูกจับ ต้องถูกประหารชีวิต ก่อนที่จะถูกประหาร เขาขอร้องว่า เขาขอกลับบ้าน
เพื่อไปร่ำลาภรรยาสุดที่รักซักครั้ง
ผู้คุมเห็นใจจึงอนุญาต


เมื่อกลับมาถึงบ้าน เขารีบตรงไปหาภรรยาคนที่ 1
เล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟัง
และถามภรรยา คน ที่ 1 ว่า
" ถ้าเขาต้องตายภรรยาคนที่ 1 จะทำอย่าง ไร? "
ภรรยาคนที่ 1 ตอบน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ถ้าเธอตาย เราก็จบกัน”
คำตอบที่ได้รับ เหมือนสายฟ้าที่ผ่าเปรี้ยง!! ลงมาที่เขาอย่างจัง
เขารู้สึกเจ็บปวด และเสียใจเป็นอย่างยิ่ง
นึกเสียดาย ว่าเขาไม่ควรทุ่มเทให้ภรรยาคนนี้เลย



จากนั้นเขาก็ ไปหา ภรรยาคนที่ 2
ด้วยอาการเศร้าโศก เล่า เรื่องราวต่างๆ ให้ ฟัง
และถามคำถามเดิมกับภรรยาคนที่ 2 ว่า
" ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคน ที่ 2 จะทำอย่างไร? "
ภรรยาคนที่ 2 ก็ ตอบอย่างหน้าตาเฉย ว่า "ถ้าเธอตาย ฉันจะมีใหม่ "
เหมือนสายฟ้า!! ผ่าลงมาซ้ำที่เขา อย่างจัง
เขารู้สึกเสียใจมาก และนึกเสียดายว่าที่ผ่านมา
เขาไม่ควร ทุ่มเทให้ภรรยาคนนี้เช่นกัน


เขาเดินคอตกมาหาภรรยาคนที่ 3 เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ ฟัง
และถาม ภรรยา คนที่ 3 ว่า
"ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคน ที่ 3 จะทำอย่างไร? "
ภรรยาคนที่ 3 ตอบว่า "ถ้าเธอตาย ฉันจะไปส่ง "
ทำให้เขาคลายความ เศร้าโศกขึ้นมาได้บ้าง
อย่างน้อยก็ ยังมีภรรยาที่จริงใจกับเขา


ก่อนกลับไปรับโทษ เขานึกขึ้นมาได้ว่ามีภรรยาอีกคน
ซึ่งไม่เคยไปหาเลย จึงไปหา ภรรยาคนที่ 4 และถามว่า
" ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคนที่ 4 จะทำอย่าง ไร?"
ภรรยาคนที่ 4 ตอบว่า " ถ้าเธอตาย ฉันจะตามไป ด้วย "
แทนที่เขาจะดีใจกลับนึกเสียใจหนักขึ้นไปอีก
เพราะ...มัน สายเกินไปเสียแล้ว ช่วงที่เขามีชีวิตอยู่
เขาไม่เคยเห็นค่าของภรรยาคนนี้ แต่ภรรยาคนนี้ไม่คิดที่จะทิ้งเขา จะติดตามเขาไปอยู่ด้วย
แล้วชายคนนี้ก็กลับไปรับโทษประหาร
และเมื่อเขาตาย ภรรยาคนที่ 4 ก็ตายตามไป ด้วย.....


เราทุกคนก็ มีภรรยา 4 คน นี้
มีคำถามว่า ภรรยาทั้ง 4 คนเป็นใคร? คิดกันก่อนนะ แล้วค่อยเฉลย...


     พ่อแม่ก็แก่เฒ่า          จำจากเจ้าไม่อยู่นาน
จะพบจะพ้องพาน           เพียงเสี้ยววารของคืนวัน
     ใจจริงไม่อยากจาก    เพราะยังอยากเห็นลูกหลาน
แต่ชีพมิทนทาน              ย่อมร้าวรานสลายไป
     ขอเถิดถ้าสงสาร        อย่ากล่าวขานให้ช้ำใจ
คนแก่ชะแรวัย                 คิดเผลอไผลเป็นแน่นอน
     ไม่รักก็ไม่ว่า               เพียงเมตตาช่วยอาทร
ให้กินและให้นอน           คลายทุกข์ผ่อนพอสุขใจ
     เมื่อยามเจ้าโกรธขึ้ง  ให้นึกถึงเมื่อเยาว์วัย
ร้องไห้ยามป่วยไข้          ได้ใครเล่าเฝ้าปลอบโยน
     เฝ้าเลี้ยงจนโตใหญ่   แม้เหนื่อยกายก็ยอมทน
หวังเพียงจะได้ยล           เติบโตจนสง่างาม
     ขอโทษถ้าทำผิด       ขอให้คิดทุกทุกยาม
ใจแท้มีแต่ความ              หวังติดตามช่วยอวยชัย
     ต้นใม้ที่ใกล้ฝั่ง           มีหรือหวังอยู่นานได้
วันหนึ่งคงล้มไป             ทิ้งฝั่งไว้ให้วังเวง...



ผมมีพี่ชายอยู่คนนึง เราพบกันบนทวีตภพเมื่อไม่กี่เดือนมานี่เอง ด้วยการรับรู้ผ่านตัวหนังสือครั้งละไม่เกิน 140 ตัวอักษร ผมสัมผัสได้ว่าภายใต้รูปลักษณ์กระเซอะกระเซิง ใว้ผมยาวหนวดเครารุงรัง พี่ชายท่านนี้มีอะไรโดดเด่นเหนือชาวทวีตชนทั่วไป  ชื่อที่ใช้บนทวีตภพ หรือ Twitter คือ @1500miles เราแลกข้อมูลส่วนตัวกันสั้นๆ แค่เพียงชื่อเล่น กับอายุ(จริง) จากนั้นผมก็เรียกพี่เขาว่า "พี่โต้ง" ตั้งแต่นั้นมา

ด้วยตัวตนที่เราเปิดเผยผ่านเส้นเวลาของกันและกัน ไม่ช้าผมก็เริ่มเห็นสิ่งหนึ่งเด่นชัดขึ้น นั่นคือ การใช้ชีวิตสบายๆ (แต่ไม่ไร้ประโยชน์) มีความสุขกับการใช้ชีวิต ใช่แล้วนี่คือสิ่งที่ผมใฝ่หา

ผมก็เริ่มหาทางจีบพี่เขาหวังจะแอบลอกเคล็ดวิชา แต่ไม่อยากทำอะไรกระโตกกระตากเดี๋ยวไก่(โต้ง)ตื่น ผมก็ค่อยๆทวีตเลียบๆเคียงๆ จนวันนึงสบโอกาส ผมก็เลยบอกพี่โต้งตรงๆว่า ผมอยากได้ชีวิตแบบนี้แหละ ผมอยากคุยจริงจัง และขอให้พี่เป็นโค้ชให้

คำตอบมันน่าผิดหวัง (จีบยากเป็นบ้า) แกบอกว่าแกเป็นสิ่งผิดปกติของธรรมชาติ(หรืออะไรประมาณนี้)อย่ามาลอกแกเลย แต่เราก็ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการใช้ชีวิตเรื่อยมา แล้วก่อนจบการทวีตวันนั้น พี่โต้งทวีตเรื่อง "การบายพาสชีวิต" โดยไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรมากมาย  คำนี้เท่ห์มากมันก็เลยยังฝังอยู่ในหัวจากวันนั้นเป็นต้นมา หลังจากนั้งผมได้มีโอกาสเจอพี่โต้งตัวเป็นๆอีกสองครั้ง แต่ก็ไม่ได้คลี่คลายปมความหมายของคำาว่า "การบายพาสชีวิต"

เมื่อเช้านี้ไม่รู้อะไรดลใจ ผมทวีตหาพี่โต้งไว้ลอยๆ ถามหาความหมาย "การบายพาสชีวิต" ไม่ได้คาดหวังว่าแกจะตอบเป็นจริงเป็นจัง แต่ผิดคาด พี่โต้งตอบยาว (หมายถึงหลายทวีตต่อกัน) ผมอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีก แล้วก็ถึงปิ๊งไอเดียว่า เอาทวีตของพี่โต้งวันนี้มาเรียงให้หาได้ง่ายๆอ่านได้ง่ายๆ เพื่อประโยชน์แก่คนที่ไม่ได้อยู่ในทวีตภพน่าจะดี นั้นคือที่มาของบล๊อกเรื่องนี้

ข้างล่างนี้ คือข้อทวีตของพี่โต้งที่ผมจับมาเรียงต่อกันตามลำดับเวลาทวีต พี่โต้งทวีตเล่าชีวิตตัวเองสั้นและปิดท้ายด้วยความหมายของ  "การบายพาสชีวิต"ลองอ่านกันดูเล่นๆครับ คุณจะพบของที่ไม่ใช่เล่นๆแน่ๆ จะบอกให้

ขอบคุณพี่ชายใจดีชื่อโต้งมากครับ
@KaiwanH


@1500miles พี่โต้ง เรายังค้างกันอยู่หลายเรื่องนะ วันนี้เอาเบาะๆ อะไรคือการบายพาสชีวิต และทำได้อย่างไร #หนักไปไหมพี่

@KaiwanH พี่โต้ง เรายังค้างกันอยู่หลายเรื่องนะ วันนี้เอาเบาะๆ อะไรคือการบายพาสชีวิต และทำได้อย่างไร #หนักไปไหมพี่ < ยินดีครับ :)

@KaiwanH ผมเคยวิ่งสุดแรงเพื่อตามเงิน ตามเกียรติ ตามอำนาจ ตามบารมี ตาม ตามๆๆๆๆ จนสำเร็จในระดับหนึ่ง

@KaiwanH รอบข้างของผม..เหลือเพือนไม่กี่คน ยิ่งมองลงไปพบซากปรักหักพังที่ผมต้องฟาดฟันอย่างหนัก เพื่อไต่ขึ้นมายืนให้ได้ (ต่อ)

@KaiwanH วันนั้น..ผมยังไม่รู้หรอก นอกจากสะใจในความสำเร็จของตัวเอง ภูมิใจในความเก่งกาจและชื่นชมวาสนาสารพัด (ต่อ)

@KaiwanH สิบกว่าปี..ดูเหมือนคุ้มค่า ทั้งที่..ผมต้องทุ่มเทสารพัด งัดกลเม็ดเด็ดพราย เพื่อไต่ขึ้นมาให้ได้ และกังวลมากมายๆๆๆ (ต่อ)

@KaiwanH แต่วันที่ผมเสียแม่ไป..ทุกอย่างที่สร้างมา ช่วยอะไรผมไม่ได้เลยสักนิดเดียว ถ้าแลกได้..เชิญเอาไปทั้งหมดเลย (ต่อ)

@KaiwanH แต่พอผมออกเดินทาง 1500miles ไปทีละพายๆๆ ทีละอ่าว ทีละแหลม ทีละหมู่บ้าน คนหลงโลกอย่างผมเหมือนถูกผ่าตัดใหญ่ (ต่อ)

@KaiwanH สิ่งทีใช่ ดูเหมือนไม่ใช่ เรื่องง่ายๆ ริมทะเลสอนผมให้คิดใหม่ทั้งหมด เราทำเรื่องยากๆ มาตลอดชีวิต (ต่อ)

@KaiwanH ผมเคยใช้เวลามากมายในการเดินอ้อม ทุ่มเททรัพยากรทั้งปวงเพื่อไปยืนบนที่แคบๆ คนเดียว ที่ใครๆ ก็อยากแย่งชิง (ต่อ)

@KaiwanH แต่ทำไมคนริมทะเล กลับรวยกว่าผมเหลือเกิน ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ อิ่มหนำสำราญ กินได้นอนหลับ (ต่อ)

@KaiwanH ผมเรียนรู้เรื่องแบบนี้ไปตลอดทาง และพบว่า ทุกแห่งที่มีความสุขมักจะคลอบคลุมไปด้วยเรื่องง่ายๆ ไม่ซับซ้อน (ต่อ)

@KaiwanH เราปีนป่ายอ้อมขุนเขาแห่งความยุ่งยากมานานมาก เพียงเพื่อวันหนึ่ง..ก็มองหาความสุขอย่างเขานั้นเอง (ต่อ)

@KaiwanH ทำไมเราไม่หาทางลัดกลับลงมา หรือ ทำไมเราไม่เดินในที่ราบๆ หรือเดินอ้อมๆ ก็ได้ (ต่อ)

@KaiwanH ผมเริ่มบายพาสชีวิตหลังจบภารกิจสึนามิ ที่ผู้คนลืมกันไปแล้ว และระเริงกันต่อไปนั่นเอง (ต่อ)

@KaiwanH ผมเดินกอดคอร้องไห้กับเศรษฐีผู้ไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่ลูกเมียหลายท่าน และเห็นอะไรที่ไม่แน่นอน..ขอย้ำว่า ทุกอย่าง (ต่อ)

@KaiwanH ยิ่งเดินทางก็ยิ่งเห็นความยุ่งยากของชีวิต ที่เราพยายามสร้างกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา และอัตรธานแค่คลื่นลูกเดียว (ต่อ)

@KaiwanH คุณหนุ่ย..ถามผมว่า จะบายพาสชีวิตอย่างไร คงไม่มีใครลงมือทำได้..นอกจากตัวคุณหนุ่ยเองเท่านั้น (ต่อ)

@KaiwanH บายพาส..โดยการตัดความยุ่งยากของชีวิตทิ้งไป เพราะถ้ามันดีจริงคงทำให้เรามีความสุข จริงมั้ย (ต่อ)

@KaiwanH พูดง่าย แต่ทำจริงๆ อาจยากมาก เพราะมันเป็นความชอบที่เราสะสมมาตลอดชีวิตนั่นเอง (ต่อ)

@KaiwanH แต่ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมต้องบาดเจ็บ แต่พอรักษาบาดแผลหาย ก็ทุเลาและสบายขึ้น (ต่อ)

@KaiwanH ผมไม่มีวาสนาได้ปฏิบัติธรรมมาก ก็เลยพยายามเอาธรรมชาติที่ได้พบเห็นมาประยุกต์ใช้ และเริ่มได้ผล (ต่อ)

@KaiwanH ...คือ รู้ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญแท้ของชีวิต และวางแผนเดินสู่สิ่งนั้นอย่างเป็นขั้นตอน /zoom out บ้าง อย่ามุ่งแต่ macro/focus

@KaiwanH บายพาส..ที่ผมพูดถึงและบรรยายบ่อยๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หรือพิสดารพันลึกอะไรเลยครับ มันเป็นเรื่องใกล้ตัวนั่นเอง (ต่อ)

@KaiwanH ใกล้ตัวเราจนมองไม่เห็น เพราะเราเชิดหน้ามองไกลตลอดเวลา ลืมถามตัวเองว่า ต้องการอะไร หรือถ้าถามก็แค่ถามเท่านั้นเอง (ต่อ)


@KaiwanH เราสร้างเป้าหมายเพื่อรันธุรกิจมากมาย และต้องทำให้ได้ แต่พอเป้าหมายชีวิตเรายอมผ่อนปรนตลอดมา (ต่อ)

@KaiwanH คงถึงเวลาที่เราต้องปรับทิศชีวิต ถ้ารู้สึกว่าไม่มีความสุข เอ้อ..ไม่ต้องทิ้งอะไรเลย แค่ขยับให้เข้าที่เข้าทาง (ต่อ)

@KaiwanH สำหรับผม กิเลสเป็นเรืองดีนะครับ ถ้าไม่มี..คงหมดรสชาติของชีวิตไปเลย ผมนำเสนอความคิดแบบง่ายๆ ครับ (ต่อ)

@KaiwanH คิดแบบง่ายๆ ทั้งสิ้นเลยครับ ผมเองก็หลงไหลได้ปลื้มกับโจทย์ยากๆ มาตลอดชีวิต พอคิดง่ายๆ ก็สบายใจ (ต่อ)

@KaiwanH บายพาสชีวิต..สำหรับผม คือ Back to Basic ในทุกๆ อย่างครับ คิดง่ายๆ ทำง่ายๆ สร้างง่ายๆ ไม่สร้างสมการอีกต่อไป (ต่อ)

@KaiwanH บางวันผมใส่สูทบรรยายรับเงินสองสามหมื่นบาท บางวันนุ่งกางเกงทะเลเสื้อยืดไม่ใส่กางเกงใน คอนทราสต์มากๆ แต่ก็ง่ายๆ (ต่อ)

@KaiwanH วันนี้..ขอบายพาสแบบง่ายๆ ก่อนนะครับ คุณหนุ่ย..เพราะที่จริง ผมก็ใช้แค่นี้แหละครับ หุหุ (เล่าซะมากมาย)

@KaiwanH ขอบคุณที่เป็นทวีตสหายที่ดีบน timeline และเป็นเพื่อนที่แสนวิเศษยามเจอกันครับ ค่อยคุยกันใหม่นะครับ :)

@1500miles You are ALWAYS เกินคำบรรยาย NO DOUBT ABOUT IT #1500miles