
วันเสาร์ที่ผ่านมาพาคุณแม่(ของลูก)ไปดูหนังมัมมี่3 ที่ Esplanade นี่ถือเป็นกรณีพิเศษเพราะไปกันแค่ 2 คน ไม่มีคุณลูกไปด้วยอย่างสวีท หนังสนุกหรือไม่ไปดูกันเองผมไม่เกี่ยว ก็มันไม่เกี่ยวกับบทความนี้ซักหน่อย เอาเป็นว่าดูจบก็แวะดูหนังสือที่ B2S ก็ไปเล็งๆหนังสือขายดีติดอันดับ อันดับ 1 วันนั้นเป็นหนังสือหน้าปกสีฟ้าประดับหัวใจหนึ่งดวงสีแดงและติดชื่อว่า "รักแท้..มีจริง..หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณเชื่อ" ปรกติผมไม่อ่านหนังสือแนวนิยายรักหวานซึ้ง แบบฉันรักเธอ..เธอรักฉัน..เรารักกันชั่วฟาดินสลาย ตามหากันจนพบแม้ข้ามภพข้ามชาติ แต่ว่ามาสะดุดตาเอาตรงลายเซนต์ข้างล่างซิครับ แบบว่าคุ้นๆครับ ดั.ง.ต.ฤ.ณ น่าน..งง..งง
ครับ ไม่ผิดแน่ๆ ดังตฤณ ถึงผมจะไม่ใช่แฟนหนังสือธรรมะของท่าน แต่ผมตามฟังหนังสือ(เสียงอ่าน)นิยายแทบทุกเล่ม ตั้งแต่ กรรมพยากรณ์ ตอน ชนะกรรม, กรรมพยากรณ์ ตอน เลือกเกิดใหม่ หรือ ทางนฤพาน ฟังมันส์ โลดโผน อึ้ง..ทึ่ง..เสียว (ถ้าคุณเข้าใจว่าผมหมายถึงอะไร) แบบว่าแทบไม่เชื่อว่านี่มันนิยายธรรมะหรือนี่ จะบอกให้..ผมน่ะแอบหลงรักละอองดาว(หนึ่งในนางเอก)เลย ต้องยอมรับครับว่าจินตนาการและบทบรรยายทำได้วิจิตรพิศดารสุดๆจริงๆ แล้วพอฟังจบ3เรื่องยิ่งเห็นว่ามีความต่อเนื่องเชื่อมโยงกันอีก ทำให้ผมน้อมคารวะด้วยใจในความสามารถ ที่ร่ายมาตั้งยาวเนี่ยะจะบอกแค่ว่าผมใช้เวลาน้อยมากในการตัดสินใจซื้อ เพราะมีความประทับใจที่ดีเกี่ยวกับแนวคิด และวิธีสอดแทรกความรู้วิชา..รู้ตามจริง..ไปกับเรื่องราวธรรมดาๆ ให้คนธรรมดาๆทำตามได้
ผมเริ่มอ่านมาได้2วันแล้ว ก็เกิดปิ๋งไอเดียที่จะบังคับตัวเองให้อ่านจนจบครับ ก็ Blog นี่งัย ผมคงไม่ตั้งใจจะทำย่อความของหนังสือเล่มนี้แต่จะเล่าความประทับใจเกับเนื้อหาแต่ละบทที่ได้อ่านไป เริ่มเรย..
(0)อารัมภบทแห่งรักแท้
ท่านว่ารักแท้ทำให้สุข แค่ได้ยิน(โดยไม่รู้ว่าของจริงหรือไม่) ก็ฝันหวานอย่างเป็นสุขแล้ว คุณดังตฤณเล่าความประทับใจจากเพลง Tie a Yellow Ribbon Aound the Old Oak Tree เนื้อหาเพลงนี้บ่งบอกและบรรยายภาพรักแท้ว่าหมายถึง ความพิศวาส ความผูกพัน ความมีใจเดียวที่ท้าทายอุปสรรคและการเวลา.. เรื่องก็ประมาณว่าผู้ชายไปติดคุกหลายปี แล้วมีการสัญญากันไว้ว่าถ้าฝ่ายหญิงยังคงรอคอยด้วยความรักอยู่ให้ผูกโปว์สีเหลืองไว้ที่ต้นโอ๊คใหญ่หน้า พอฝ่ายชายพ้นโทษก็กลับบ้าน ระหว่างทางเขาเล่าเรื่องนี้ให้คนในรถบัสที่นั่งมาฟัง แม้ตัวเองไม่กล้ามอง แต่คนทั้งรถมีหรือจะดูดาย(ไม่รู้ว่าสอดรู้หรืออยากช่วย) ทายซิครับว่าที่ต้นโอ๊คจะมีอะไร..
อีกตัวอย่างความประทบใจในความรักมาจากภาพยนต์โทรทัศน์ชุด Twilight Zone ตอน To See the Invisible Man เป็นเรื่องของโลกที่ถือโทษเรื่องใจดำและขาดมนุษย์สัมพันธ์ ใครทำแบบนั้นจะถูกลงโทษโดยการเป็นมนุษย์ล่องหนคือคนจะไม่สนใจ ไม่พูดด้วย เพราะถ้าใครไปสนใจ หรือไปสังคมด้วย ก็จะถูกลงโทษตาม นัยว่าเป็นความทรมานทางใจแสนสาหัสเลย ประเด็นคือพระเอกเราโดนก่อนแล้วไปเจอนางเองที่ไม่ยอมพูดด้วย พอพระเอกพ้นโทษก็ดันไปเจอนางเองที่ยังเป็นมนุษย์ล่องหนอยู่ และทรมาน(ทางใจ)มาก จนพระเอกเราใจอ่อนสังคมด้วยจนต้องกลับไปเป็นมนุษย์ล่องหนอีกหนึ่งปี(จนสุดท้ายก็พ้นโทษทั้งคู่).. ประเด็นสั้นๆนะครับคือ "เพื่อจะเห็นและได้ยินเสียงคนไร้ค่า คุณต้องมีใจใหญ่ และเพื่อให้ได้ใจแบบนั้นคุณอาจต้องผ่านความทุกข์นั้นมาก่อน" และ "ความอยากช่วย คือต้นทางของรักแท้"
เพลงกับหนังก็ซึ้งดีครับ แต่ผมติดใจตรงที่ตัวตนคุณดังตฤณ นอกจากจะเป็นครูธรรมะที่มีความโรแมนติกสูงแล้ว แกไม่ทิ้งลายเสือนักคอมพิวเตอร์เก่าเลย มีการบอกให้ไปดูหนังฟังเพลงจาก youtube อีกต่างหาก ไม่แน่นะครับ ไม่นานนักอาจเห็นคุณดังตฤณกระโดดมาทำอะไรใน SocialWeb มากขึ้นก็ได้
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
Posted by
Kind Particle
0 comments:
Post a Comment