"Time is all we have"

"เวลาคือทั้งหมดที่เรามี"

“We cannot change the cards we are dealt, just how we play the hand.”

"เราไม่สามารถเปลี่ยนไพ่ที่ถืออยู่ได้ ที่สำคัญคือจะเล่นมันอย่างไร"

--แรนดี้ เพาช์

คุณ จะทำอะไรหรือเลือกที่จะทำอะไรถ้าทราบว่าคุณมีเวลาเหลือแค่ไม่ถึงปี คูณกำลังจะตาย หรือคนที่คุณรักที่สุดกำลังจะจากคุณไป โอกาสสุดท้ายที่คุณจะได้ทำในสิ่งที่คุณผลัดมาตลอด

..ฟังดูออกจะเป็นคำถามน้ำเน่า แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าไม่ช้าก็เร็วสักวันคุณต้องตอบ ..คุณตอบตัวเองหรือยังว่าสิ่งนั้นคืออะไร

ที่ มาของวลีนี้มาจากการฟังบรรยายของศาสตราจารย์ Randy Pausch (แรนดี้ เพาช์) แห่ง Carnegie Mellon University หรือ CMU มันเป็นธรรมเนียมของ CMU ที่จะมีการจัดบรรยายขึ้นเป็นประจำโดยมีการกำหนดธีมเป็น "การบรรยายครั้งสุดท้าย" หรือ "The Last Lecture" โดยผู้บรรยายจะบรรยายอะไรก็ได้ แต่ต้องเป็นเรื่องที่ท่านคิดแล้วว่าสำคัญ มันโอกาสเป็นโอกาสสุดท้ายโอกาสเดียวที่เหลืออยู่ ในชีวิตที่จะได้ทิ้งมรกดทางความคิด และ ปัญญาไว้ให้ชนรุ่นหลังต่อไป

การบรรยายของแรนดี้ จัดขึ้นในวันที่ 18 กันยายน 2550 เป็นการบรรยายในหัวข้อ "Really Achieving Your Childhood Dreams." การบรรยายนี้อาจเป็นเพียงการเล่าเรื่องราวของชีวิตของคนๆหนึ่งที่ทำความปรา รถณาในวัยเด็กให้เป็นจริงได้ เป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนมีฝัน..หรือแม้แต่อยากฝัน แต่สิ่งที่พิเศษกว่าของการบรรยายในวันนั้นก็คือ มันเป็นการบรรยายครั้งสุดท้ายจริงๆ เพราะเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านั้น ท่านได้รับการวินัจฉัยว่าเป็นมะเร็งร้ายแรงถึงชีวิตที่เรียกว่าPancreatic Cancer ตามสถิติมีคนน้อยกว่า 5% ที่ยังคงมีชีวิตอยู่นับจากที่ได้วับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งนี้ไป 5 ปี นั่นแปลว่าเขามีเวลาเหลืออยู่ไม่เกิน 5 ปี หรือน้อยกว่านั้นจากการวินัจฉัยของหมอ

ทายซิครับว่าเขาเป็นผู้โชคดีอยู่ในกลุ่มที่น้อยกว่า 5% นั้นหรือไม่ [เฉลยข้างล่าง]

ผม ไม่รู้หรอกว่าบรรยกาศวันสุดท้ายของเขาจะเป็นอน่างไร แต่ผมรู้เพียงว่ามันเป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดของคนคนหนึ่งจะมีได้ และผมก็หวังว่าเมื่อวันนั้นของผมมาถึง ผมจะพร้อมสำหรับมัน .. แล้วคุณหละพร้อมหรือยัง

ปล. ผู้สนใจฟังการบรรยายวันนั้นลองไปดูที่ http://video.google.com/videoplay?docid=362421849901825950&hl=en

ปล2. ศาสตราจารย์แรนดี้ เขาเสียชีวิตในวันที่ 5 กรกฏา 2551

0 comments:

เกี่ยวกับ..ฉัน และบล็อกของฉัน


เอาสั้นๆนะผมเป็นนไทยเกิด ไตรมาสที่ 4 ของปี พ.ศ.2511 ชื่ออะไรเหรอ ก็ดูชื่อบล็อกมันน่าจะบอกอะไรบ้างนะว่ามั้ัย งานการก็อยู่ในสาย IT หรือจะเหมารวมเอาว่าเป็น ICT ก็ไม่น่าเกินจริง ทุกวันนี้ก็ยังเป็นลูกจ้างอยู่ แต่งงานแล้ว 1 มีลูกแล้ว 2 (แค่นี้ก็ต้องพ่น Bricanyl เป็นระยะแล้ว)

บล็อกนี้คงเป็นที่หลักที่ผมจะผูกโยงเรื่องต่างในชีวิตเข้าหากัน แต่การทดลองไม่มีวันสิ้นสุดหรอก ความเปลี่ยนแปลงจึงเป็นที่หวังได้เป็นธรรมดา

ขอให้มีความสุขกับเหตุที่ได้ทำกันไว้ดีแล้วครับท่าน


Blog Archive