จอมโจร..คุ๊กกี้
โดย วาเลอรี่ ค๊อกส์


ในคืนๆหนึ่งที่สนามบินแห่งหนึ่ง มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งรอเที่ยวบินอยู่ เนื่องจากต้องรออีกเป็นชั่วโมงเธอจึงไปที่ร้านหนังสือ ซื้อหนังสือกับคุ๊กกี้มาถุงนึงแล้วก็หาที่นั่งรอต่อไป..

ในระหว่างที่เธอขมักเขม่นอ่านหนังสือที่เพิ่งซื้อมา ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นผู้ชายที่นั่งติดอยู่กับเธอกำลังหยิบคุ๊กกี้ไปกินจากถุงที่วางไว้ นายคนนี้กล้าดียังงัย ทำมัยหน้าด้านอย่างนี้ ด้วยความกระอักกระอ่วนไม่รู้จะทำอย่างไร เธอจึงพยายามไม่มอง ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ และกินคุ๊กกี้ของเธอต่อไป ขณะที่ชายคนเดิมก็กินคุ๊กกี้จนหมดไปเรื่อยๆ

เธอหงุดหงิดมากขึ้นจากการกระทำของชายคนนี้ และเธอก็คิดในใจว่า "นี่ถ้าฉันไม่เป็นคนใจเย็น นายคนนี้โดนฉันชกให้ตาเขียวไปแล้ว"

ทุกคั้งที่เธอหยิบคุ๊กกี้มาหนึ่งชิ้น เขาก็หยิบหนึ่งชี้นด้วย จนกระทั่งเหลือคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้าย เธอกำลังสงสัยว่าอีตาหน้าด้านนี่จะทำยังงัย ปรากฏว่าเขายิ้มให้เธอ แล้วก็หยิบคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้ายนั้นขึ้นมากหักครึ่ง เขายื่นให้เธอกินครึ่งนึง ขณะที่เขากินอีกครึ่งนึง เธอโมโหและฉวยคุ๊กกี้ครึ่งชิ้นนั้นมา และคิดในใจว่า "อีตาหน้าด้านนี่ นอกจากหน้าด้านแล้วยังหยาบคาย ทำไมนะ..ไม่แม้กระทั้งแสดงความสำนึกซักนิด"

เธอทั้่งหงุดหงิด แต่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเธอได้ยินเสียงประกาศเรียกขึ้นเครื่องดังขึ้น เธอรีบคว้าของทุกอย่าง เดินมาที่ทางเข้าโดยไม่้หันไปมองชายหน้าด้านที่ไม่รู้สำนึกคนนั้นเลย และในที่สุดเธอก็ขึ้นเครื่องและนั่งลงที่ที่นั่งของเธอ ขณะที่เธอล้วงหาหนังสือในกระเป๋า กะว่าจะเอามาอ่านให้จบ เธอก็ต้องแปลกใจเพราะ สิ่งที่เธอถืออยู่ต่อหน้าเธอขณะนี้ คือ ถุงคุ๊กกี้ที่มีคุ๊กกี้เต็มถุงเหมือนเดิม

เธอพึมพัมกับตัวเอง .."ถ้่าคุ๊กกี้นี้เป็นของฉัน คุ๊กกี้ที่กินอยู่ที่สนามบินก็เป็นของชายคนนั้น และที่จริงเขาพยายามแบ่งให้กับเธอ" ..

"มันสายเกินไปที่จะกล่าวขอโทษ ได้แต่สำนึกด้วยความสมเพศตัวเอง" .. "ก็เธอเองนี่แหละที่เป็นคนหยาบคาย หน้าด้าน ที่ไม่รู้จักสำนึก โจรคุ๊กกี้"

เกี่ยวกับ..ฉัน และบล็อกของฉัน


เอาสั้นๆนะผมเป็นนไทยเกิด ไตรมาสที่ 4 ของปี พ.ศ.2511 ชื่ออะไรเหรอ ก็ดูชื่อบล็อกมันน่าจะบอกอะไรบ้างนะว่ามั้ัย งานการก็อยู่ในสาย IT หรือจะเหมารวมเอาว่าเป็น ICT ก็ไม่น่าเกินจริง ทุกวันนี้ก็ยังเป็นลูกจ้างอยู่ แต่งงานแล้ว 1 มีลูกแล้ว 2 (แค่นี้ก็ต้องพ่น Bricanyl เป็นระยะแล้ว)

บล็อกนี้คงเป็นที่หลักที่ผมจะผูกโยงเรื่องต่างในชีวิตเข้าหากัน แต่การทดลองไม่มีวันสิ้นสุดหรอก ความเปลี่ยนแปลงจึงเป็นที่หวังได้เป็นธรรมดา

ขอให้มีความสุขกับเหตุที่ได้ทำกันไว้ดีแล้วครับท่าน


Blog Archive