คำนิยมโดยท่าน ว.วชิรเมธี เกริ่นไว้ว่าความรักในความหมายของท่านติช นัท ฮันห์ หมายถึงความสามารถที่จะมอบความเบิกบานให้แก่คนที่เธอรัก มันไม่ใช้ความรักแบบที่ได้ยินกันในเพลงรัก หรือกวีทั่วไป ท่านพูดถึงความรักที่ทำให้หัวใจเบิกบานแบบในชื่อหนังสือ เพราะความที่ไม่ได้เป็นความรักในความหมายที่เราคุ้นเคย การทำให้เกิดขึ้นจึงต้องการไม่เพียงแค่ความรู้ แต่ต้องมรการลงมือฝึกปฏิบัติ ผลที่ต้องการ [คือความรักเพื่อหัวใจที่เบิกบาน] จึงจะเกิดขึ้น
ผมเคยได้ยินเรื่องราวของพระญี่ปุ่นที่สามารถแต่งงาน มีภรรยา มีบุตรได้ ตอนนั้นยังไม่เข้าใจว่าสถานะพระ กับ ความรักมันจะไปกันได้อย่างไร แต่หลังจากที่อ่านหนังสือเล่มนี้ ผมชักเชื่อจริงๆแล้วว่า เป็นไปได้ ความรักที่ถือเอาทุกวินาทีเป็นเวลาศักสิทธิ์ โดยการอาศัยอยู่ในปัจจุบันเป็นจุดเริ่มนั่นเอง
..ออกตัวเล็กน้อย..ผมไม่ได้บอกว่าพระญี่ปุ่นทุกรูปยึดหลักการเดียวกันนี้ ผมเพียงเปิดใจรับความเป็นไปได้เท่านี้นนะครับ..
ทีนี้มาเขาเรื่องเนื้อหาซักเล็กน้อย.. เริ่มด้วยการอธิบายคุณลักษณะของความรักแบบพิเศษนี้ว่ามีแง่มุมของ ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา [เหมือนพรหมวิหาร 4] โดยเน้นว่าไม่ใช่แค่ความปรารถณาที่จะเห็นคนที่เรารักมีความสุข พ้นจากทุกข์เท่านั้น [อย่างตอนเราแผ่เมตตา] แต่เน้นไปที่ความสามารถในการทำให้มันเกิดขึ้นด้วย
ความหมายของข้อธรรมแต่ละข้ออาจไม่ตรงกับที่เราเรียนมาซะทีเดียว แต่ก็ถือว่ามีเค้าใกล้เคียงกันมากจึงขอละไว้
ในรายละเอียดวิธีปฏิบัติ ท่านให้เริ่มที่สติรู้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งณ.เวลานั้นกายและใจเป็นหนึ่งเดียวกันโดยสมบูรณ์ สิ่งที่พูดออกมาในขณะนั้น(ถึงพร้อมด้วยด้วยสติและสมาธิ) เรียกว่ามนตร์ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงกายใจหรือเรื่องอื่นได้อย่างอัศจรรย์
เมื่อเราสามารถใช้มนตร์(โดยถึงพร้อมด้วยด้วยสติและสมาธิ) มนตร์ 4 ข้อต่อไปนี้จะสร้างสรรค์ความรักในแบบพุทธ แบบที่เป็นไปเพื่อหัวใจที่เบิกบานโดยแท้จริง
- ที่รัก...ฉันอยู่ที่นี่เพื่อเธอ
- ทุกคนคงเคยมีประสบการณ์ว่าเรานั่งอยู่กับใครซักคน แต่เขาไม่มีส่วนร่วม ไม่เหมือนมีตัวตนอยู่ที่นั่นด้วยซ้ำ ยิ่งถ้าคนๆนั้นเป็นคนที่เรารัก มันจะเจ็บปวดอย่างมาก มนตร์ข้อจะปัดเป่าความเจ็บปวดนั้นให้หายไป
- ที่รัก...ฉันรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ มันทำให้ฉันมีความสุขมาก
- เช่นกัน มนตร์นี้จะปัดเป่าความเจ็บปวดจากการที่ไม่ได้รับการใส่ใจ และความเข้าใจ นอกจากนั้นยังเสริมสร้างกำลังใจด้วยการรับรู้ว่าเขาหรือเธอมีคุณค่า แม้แค่เพียงได้อยู่ใกล้ก็นำความสุขมาให้
- ที่รัก...ฉันรู้ว่าเธอกำลังเป็นทุกข์ ฉันจึงอยู่ที่นี่เพื่อเธอ
- มนตร์นี้ใช้เมื่อยามเธอทุกข์ จงอยู่ที่นั่นด้วยปัจจุบันขณะ และมอบความเข้าใจ กำลังใจ และความช่วยเหลือต่าง แต่คุณอาจจะแปลกใจ แค่คุณอยู่ที่นั่นรับรู้ถึงความทุกข์ของเธอจริงๆ เพียงเท่านั้นก็มีกำลังปัดเป่าความทุกข์ออกไปแล้ว
- ที่รัก...ฉันกำลังทุกข์ โปรดช่วยฉันด้วย
- ในยามที่คุณเป็นฝ่ายทุกข์ จงละซึ่งทิฐิทั้งปวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความทุกข์นั้นเกิดจากเธอไม่รู้จักมนตร์ 3 ข้อแรก หรือเกิดจากความไม่รู้(ว่าเข้าใจผิดกัน) มนตร์นี้จะนำคุณและเธอกลับเข้ามาหากันอีกครั้ง อย่าปล่อยให้ช่องว่างเล็กๆ(ที่มักขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ)มาขวางกั้นระหว่างคุณ กับเธอ กับความรักอันเบิกบานเลย
การฟังอย่างลึกซึ้ง และใส่ใจ การมองอย่างลึกซึ้งในธรรมชาติของความทุกข์ และความเบิกบาน ก็เป็นการภาวนาอย่างหนึ่ง ทำได้ทุกที่ทุกเวลา ทำได้ทุกลมหายใจเข้าออก เมื่อทำบ่อยจะเห็นเหตุแห่งทุกข์ และเมื่อนั้นความอิสระจะบังเกิด พร้อมทั้งความสงบเย็นและความเบิกบาน
<มีต่อ>

0 comments:
Post a Comment